เกมกระชับมิตร อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์คัพ นัดชิงชนะเลิศระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล โดยทางปีศาจแดงให้เวย์น รูนีย์สวมปลอกแขนกัปตันทีม และมาในระบบ 3-5-2 เหมือนเช่นเคย โดยมี ฆวน มาตา คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ขณะที่ลิเวอร์พูลใช้ริคกี้ แลมเบิร์ตเป็นหัวหอกเพราะ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บ
เริ่มเกมมาได้เพียง 5 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ถ่ายบอลออกไปทางซ้ายให้แอชลีย์ ยัง เปิดเข้ามากลาง และเป็นชิชาร์ริโต้ ที่เข้าชาร์จ จ่อๆ แต่โดนบอลไม่เต็มเท้าและลิเวอร์พูลสกัดออกไปได้
นาทีที่ 12 ปีศาจแดงก็เสียท่าจนได้ เมื่อเกล็น จอห์นสัน จ่ายทะลุให้ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ และถูก ฟิล โจนส์ สกัดล้มลงไป ก่อนที่สตีเวน เจอร์ราร์ด จะยิงเข้าไปไม่มีพลาด ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0
จากนั้นทั้งสองทีมก็ทำประตูเพิ่มกันไม่ได้ ก่อนหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-0
เริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ 10 นาที นาทีที่ 55 แมนฯ ยูฯ ก็มาได้ประตูตีเสมอ เมื่อฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ เปิดบอลโด่งจากทางกราบขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็นรูนีย์ที่แปด้วยเท้าซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม
จากนั้นอีกเพียง 2 นาที การต่อบอลเร็วของปีศาจแดงก็ส่งผลให้พวกเขาพลิกขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ลุค ชอว์ ตบบอลสั้นเข้ามากลางให้มาต้าที่สอดขึ้นมาจับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนตวัดยิงด้วยซ้าย บอลแฉลบ มามาดู ซาโก้ เปลี่ยนทางเข้าประตู ชนิดที่ซิมง มิโญเลต์หมดสิทธิรับ
ปีศาจแดงต้องรอจนนาทีที่ 88 จึงจะมาได้ประตูปิดกล่อง จากการเติมขึ้นมายิงจากแถวสองของ เจสซี ลินการ์ด บอลพุ่งเสียบเสาแบบไม่มีปัญหา แมนฯ ยูไนเต็ดนำเป็น 3-1 ก่อนจะคว้าชัยไปด้วยสกอร์นี้ พร้อมคว้าแชมป์อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์คัพ ไปครองได้สำเร็จ
ข่าวบอลวันนี้
No comments:
Post a Comment